Parish
Bulletins
• สารวัดเซนต์จอห์น •
สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ ปี C
วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2019
“ พระองค์ทรงแยกไปจากเขา
และทรงถูกนำขึ้นสู่สวรรค์ ”
🔸 ลก 24:51 🔸
[flipbook pdf="http://www.saintjohnbkk.com/wp-content/uploads/2019/06/BULLETIN_2JUNE2019.pdf" width="100%" height="600"]
ข่าวดีวันอาทิตย์

• ลก 24:46-53 •

     46พระองค์ตรัสว่า “มีเขียนไว้ดังนี้ว่า พระคริสตเจ้าจะต้องรับทนทรมานและจะกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายในวันที่สาม 47จะต้องประกาศในพระนามของพระองค์ให้นานาชาติกลับใจเพื่อรับอภัยบาปโดยเริ่มจากกรุงเยรูซาเล็ม 48ท่านทั้งหลายเป็นพยานถึงเรื่องทั้งหมดนี้

     49บัดนี้ เรากำลังจะส่งพระผู้ที่พระบิดาทรงสัญญาไว้มาเหนือท่านทั้งหลาย เพราะฉะนั้นท่านจงคอยอยู่ในกรุงจนกว่าท่านจะได้รับพระอานุภาพจากเบื้องบนปกคลุมไว้”

     50พระองค์ทรงนำบรรดาศิษย์ออกไปใกล้หมู่บ้านเบธานี ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นอวยพระพร  51และขณะที่ทรงอวยพระพรนั้น พระองค์ทรงแยกไปจากเขา และทรงถูกนำขึ้นสู่สวรรค์ 52บรรดาศิษย์กราบนมัสการพระองค์แล้วกลับไปกรุงเยรูซาเล็มด้วยความยินดียิ่ง 53เขาอยู่ในพระวิหารตลอดเวลา ถวายพระพรแด่พระเจ้า

       มีบางคน แม้ในหมู่อัครสาวกเอง ที่ไม่เชื่อว่าพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ  พวกเขาคิดว่าการแสดงพระองค์แต่ละครั้งไม่ใช่ร่างกายจริงของพระองค์ แต่เป็นเพียงผีของผู้ตายปรากฏมา หรือไม่ก็เป็นเพียงความเพ้อฝันของศิษย์บางคนที่มีจิตใจฟั่นเฟือนอันเนื่องมาจากความผิดหวัง ตกใจกลัว หรือเศร้าเสียใจสุดขีดกับการสิ้นพระชนม์ของพระองค์

       พระองค์จึงแสดงพระองค์แก่พวกเขาตรัสว่า “ท่านวุ่นวายใจทำไม เพราะเหตุใดท่านจึงมีความสงสัยในใจ จงดูมือและเท้าของเราซิ เป็นเราเองจริง ๆ  จงคลำตัวเราดูเถิด ผีไม่มีเนื้อ ไม่มีกระดูกอย่างที่ท่านเห็นว่าเรามี”  ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้พวกเขาดูพระหัตถ์และพระบาท อีกทั้งทรงรับปลาย่างมาเสวยต่อหน้าพวกเขา (ลก 24:36-43)

       พระองค์ทรงกระทำเช่นนี้เพื่อพิสูจน์ว่า พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพจริง เพราะทรงมีร่างกายที่จับต้องได้ และยังสามารถเสวยปลาย่างได้อีกด้วย !

       นอกจากพิสูจน์ด้วยการกระทำแล้ว พระองค์ยังอ้างพระคัมภีร์ซึ่งเราได้รับฟังในวันนี้ เพื่อสนับสนุนสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำอีกด้วย พระองค์ตรัสว่า “มีเขียนไว้ดังนี้ว่า พระคริสตเจ้าจะต้องรับทนทรมานและจะกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายในวันที่สาม (ลก 24:46)

       พระองค์กำลังอ้างพระคัมภีร์เพื่อชี้ให้เห็นว่า “กางเขนเป็นสิ่งจำเป็น” !

       เพราะกางเขน คือ สิ่งที่พระคัมภีร์กล่าวถึงและเฝ้ารอคอยมาเป็นเวลานานแล้ว  กางเขน คือ สิ่งที่อยู่ในแผนการแห่งความรอดของพระเจ้าตลอดมา หาใช่เกิดจากการวางแผนผิดพลาดจนทำให้พระเยซูเจ้าต้องจนตรอกและถูกตรึงตายบนไม้กางเขนแต่ประการใดไม่ และหลังจากความตายบนไม้กางเขนผ่านพ้นไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งซึ่งอยู่ในแผนการของพระเจ้าและมีกล่าวถึงในพระคัมภีร์ด้วยเช่นกันก็คือ “การกลับคืนพระชนมชีพ” !

       ทั้งหมดนี้ย่อมนำมาสู่ความจริงที่ว่า
       พระเยซูคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายโดยปราศจากข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น !!!

• • • • • • • • • •

       เมื่อทรงทำให้บรรดาอัครสาวกแน่ใจจนสามารถเป็นประจักษ์พยานยืนยันการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ได้แล้ว สิ่งที่ตามติดมาอย่าง “เร่งด่วน” และ “ทันที” ก็คือคำสั่งที่ว่า “จะต้องประกาศในพระนามของพระองค์ให้นานาชาติกลับใจเพื่อรับอภัยบาป” (ลก 24:47) นี่คือ “ภารกิจ” สุดท้ายที่ทรงมอบหมายก่อนที่พระองค์จะเสด็จจากโลกนี้ไป !

       พระองค์ทรงมอบหมายให้เราออกไปหาทุกคน ทุกชาติ ทั่วโลก       
       เรียกร้องให้พวกเขากลับใจ
       
และหยิบยื่นการอภัยบาปให้แก่พวกเขา
       
นี่คือภารกิจอันยิ่งใหญ่ของพระศาสนจักรและของเราทุกคน !

       วันคืนแห่งความโศกเศร้าเสียใจเพราะการสิ้นพระชนม์ได้ผ่านพ้นไปแล้ว บัดนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความชื่นชมยินดีอันเนื่องมาจากการกลับคืนพระชนมชีพ

       เรามีหน้าที่นำความชื่นชมยินดีนี้ไปสู่มนุษย์ทุกคน !

• • • • • • • • • •

       แม้ภารกิจจะยิ่งใหญ่และเร่งด่วน แต่คุ้มค่าเสมอที่จะรอคอย “ความช่วยเหลือจากพระเจ้า” ด้วยทรงตรัสว่า “บัดนี้ เรากำลังจะส่งพระผู้ที่พระบิดาทรงสัญญาไว้มาเหนือท่านทั้งหลาย  เพราะฉะนั้นท่านจงคอยอยู่ในกรุงจนกว่าท่านจะได้รับพระอานุภาพจากเบื้องบนปกคลุมไว้” (ลก 24:49)

       เห็นได้ชัดเจนว่า ไม่มีภารกิจใดที่พระเจ้าทรงเรียกร้องจากเราโดยปราศจากความช่วยเหลือจากพระองค์ !

       ธุรกิจ ที่ขาดการเตรียมตัวอย่างดีย่อมเสี่ยงต่อความล้มเหลวฉันใด
       ภารกิจ ที่ขาดการเตรียมตัวอย่างดีก็ย่อมเสี่ยงต่อความล้มเหลวฉันนั้น

       พระเยซูเจ้าจึงตรัสสั่งบรรดาอัครสาวกให้ “คอยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม” เพื่อเตรียมตัวรับ “พระอานุภาพจากเบื้องบน” ซึ่งได้แก่พระจิตเจ้า และพวกเขาก็ได้เตรียมตัวอย่างดีที่สุดด้วยการ “อยู่ในพระวิหารตลอดเวลา ถวายพระพรแด่พระเจ้า” (ลก 24:53)

       การอยู่กับพระเจ้า คือ การเตรียมตัวที่ดีที่สุด !
       น่าเสียดายที่บางคนมองว่า การปล่อยวางภารกิจและหน้าที่การงานต่าง ๆ แล้วใช้เวลาอยู่กับพระเจ้า เป็นการเสียเวลา

       อันที่จริง การอยู่กับพระเจ้าไม่ใช่การเสียเวลา แต่เป็นการเตรียมตัวเพื่อรับความช่วยเหลือ ความสว่าง และพละกำลังจากพระองค์ ซึ่งจะช่วยให้เราทำหน้าที่และบรรลุภารกิจได้อย่างสมบูรณ์ชนิดที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเราจะทำได้ !

• • • • • • • • • •

       ที่สุด นาทีสุดท้ายของพระองค์ในโลกนี้ก็มาถึงด้วยความชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อทรงนำบรรดาศิษย์ออกไปใกล้หมู่บ้านเบธานี ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นอวยพระพร และขณะที่ทรงอวยพระพรนั้น “พระองค์ทรงแยกไปจากเขา และทรงถูกนำขึ้นสู่สวรรค์” (ลก 24:50-51)

       ไม่มีผู้ใดเห็น และไม่มีผู้ใดรู้ว่าพระองค์เสด็จสู่สวรรค์อย่างไร
       ทุกวันนี้ การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระองค์ยังคงเป็นธรรมล้ำลึก เพราะเหตุการณ์นี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าคำพูดตามประสามนุษย์จะอธิบายหรือพรรณนาได้

       แต่พระองค์จะเสด็จขึ้นสวรรค์อย่างไรนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราคือ “พระองค์เสด็จขึ้นสวรรค์จริง”
       บางคนอาจสงสัยว่า “ทำไมพระองค์ไม่ประทับอยู่กับเรามนุษย์ในโลกนี้ตลอดไป ?”
       
จริงอยู่พระองค์สามารถทำเช่นนั้นได้อย่างแน่นอน แต่อะไรจะเกิดขึ้น ?

       หากพระองค์ประทับอยู่ในโลกนี้แล้วแสดงพระองค์แก่บรรดาศิษย์ต่อไปเรื่อย ๆ  ความตื่นเต้นยินดีจะไม่กลายเป็นความเคยชิน แล้วเป็นความเย็นเฉย และในที่สุดความเชื่อของเราจะไม่พลอยพังทลายไปดอกหรือ ?

       จึงจำเป็นต้องมีเส้นแบ่งระหว่าง “พระเยซูเจ้าบนโลกนี้” กับ “พระคริสตเจ้าบนสวรรค์” !       
       นี่คือเหตุผลตามประสามนุษย์ที่พระองค์ “ถูกนำขึ้นสู่สวรรค์” (ลก 24:51) !

       อย่างไรก็ตาม การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูเจ้า ซึ่งเราร่วมใจกันสมโภชในวันนี้ มีความหมายสำคัญยิ่งสำหรับเราทุกคน เหตุว่า

  1. เป็นการสิ้นสุดของพระเยซูเจ้าบนโลกนี้  วันเวลาที่บรรดาอัครสาวกเชื่อและแอบอิงอยู่กับพระเยซูเจ้าที่ทรงมีเลือดและเนื้อเหมือนเราได้สิ้นสุดลงแล้ว นับจากนี้ไป เราเชื่อและอิงแอบแนบแน่นอยู่กับพระองค์ซึ่งไม่ขึ้นกับ “เวลา” และ “สถานที่” อีกต่อไป
  1. เป็นการเริ่มต้นความชื่นชมยินดี  วันเวลาแห่งความหวาดกลัว การหลบซ่อน และฝันสลายได้ผ่านพ้นไปแล้ว เพราะหลังจากพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ “บรรดาศิษย์กราบนมัสการพระองค์แล้วกลับไปกรุงเยรูซาเล็มด้วยความยินดียิ่ง” (ลก 24:52)

    ความ “ยินดียิ่ง” นี้เกิดจากความตระหนักว่า นับจากนี้ไป ไม่มีอะไรภายใต้โลกหล้านี้อีกแล้วที่สามารถ “แยกเราไปจากพระองค์” ผู้ทรงเป็นเจ้านายที่รักได้  ดังที่นักบุญเปาโลกล่าวไว้ว่า “ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าความตายหรือชีวิต ไม่ว่าทูตสวรรค์หรือผู้มีอำนาจปกครอง … ไม่มีสรรพสิ่งใด ๆ  จะพรากเราได้จากความรักของพระเจ้า ซึ่งปรากฏในพระคริสตเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (รม 8:38-39)
  1. เป็นหลักประกันแห่งความมั่นใจ  พระเยซูเจ้าผู้ซึ่งบรรดาอัครสาวกเคยติดสอยห้อยตามและรับใช้ บัดนี้ พระองค์ประทับอยู่บนสวรรค์ ช่างก่อให้เกิดความมั่นใจเพียงใดที่เรามี “เจ้านาย” ที่มิได้อาศัยอยู่ในโลกใบนี้เท่านั้น แต่ยังทรงประทับอยู่ในสวรรค์อีกด้วย เจ้านายที่เฝ้ารอเราอยู่บนสวรรค์ก็คือ พระเยซูเจ้าองค์เดียวกันกับที่ทรงรักและทรงเมตตาต่อมวลมนุษย์เมื่อสองพันปีก่อน !

ความตายจึงไม่ใช่การเดินทางไปสู่โลกแห่งความมืดมิดและน่ากลัวอีกต่อไป
แต่เป็นการเดินทางไปหา
…..​“ พระองค์ ”…..
หากเราเลือกเดินตามหนทางของพระองค์ตั้งแต่วันนี้ !!

แบ่งปันหน้านี้ให้เพื่อนอ่านด้วยสิ คลิก!

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
Share on email

กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ

งดตอบคำถามที่นี่ หากต้องการสอบถามกรุณาเข้าไปที่ Facebook Messenger ไอคอนสีฟ้า (ด้านขวา/ล่าง)

วัดเซนต์จอห์น 1110/9 ลาดพร้าว ซอย 2 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

Copyright © 2019 Saint John Church. All Rights Reserved.