Parish
Bulletins
• สารวัดเซนต์จอห์น •
สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดา ปี C
วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2019
“ข้าวที่จะเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย”
🔸 ลก 10:2 🔸
[flipbook pdf="http://www.saintjohnbkk.com/wp-content/uploads/2019/07/BULLETIN_7JULY2019.pdf" width="100%" height="600"]
ข่าวดีวันอาทิตย์

• ลก 10:1-12; 17-20 •

     1ต่อจากนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแต่งตั้งศิษย์อีกเจ็ดสิบสองคนและทรงส่งเขาล่วงหน้าพระองค์เป็นคู่ ๆ ไปทุกตำบลทุกเมืองที่พระองค์จะเสด็จ  2พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ข้าวที่จะเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย จงวอนขอเจ้าของนาให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวข้าวของพระองค์เถิด  3จงไปเถิด เราส่งท่านทั้งหลายไปดุจลูกแกะในฝูงสุนัขป่า 4อย่านำถุงเงิน ย่ามหรือรองเท้าไปด้วย อย่าเสียเวลาทักทายผู้ใดตามทาง  5เมื่อท่านเข้าบ้านใด จงกล่าวก่อนว่า ‘สันติสุขจงมีแก่บ้านนี้เถิด’  6ถ้ามีผู้สมควรจะรับสันติสุขอยู่ที่นั่น สันติสุขของท่านจะอยู่กับเขา มิฉะนั้น สันติสุขของท่านจะกลับมาอยู่กับท่านอีก  7จงพักอาศัยในบ้านนั้น กินและดื่มของที่เขาจะนำมาให้ เพราะว่าคนงานสมควรที่จะได้รับค่าจ้างของตน อย่าเข้าบ้านนี้ออกบ้านโน้น  8เมื่อท่านเข้าไปในเมืองใดและเขาต้อนรับท่าน จงกินของที่เขาจะนำมาตั้งให้  9จงรักษาผู้เจ็บป่วยในเมืองนั้นและบอกเขาว่า ‘พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้ท่านทั้งหลายแล้ว’ 10แต่ถ้าท่านเข้าไปในเมืองใดและเขาไม่ต้อนรับ ก็จงออกไปกลางลานสาธารณะ และกล่าวว่า 11‘แม้แต่ฝุ่นจากเมืองของท่านที่ติดเท้าของเรา เราจะสลัดทิ้งไว้ปรักปรำท่าน จงรู้เถิดว่า พระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว’ 12เราบอกท่านทั้งหลายว่า ในวันพิพากษา  ชาวเมืองโสดมจะรับโทษเบากว่าชาวเมืองนั้น”

       17ศิษย์ทั้งเจ็ดสิบสองคนกลับมาด้วยความชื่นชมยินดี ทูลว่า “พระเจ้าข้า แม้แต่ปีศาจก็ยังอ่อนน้อมต่อเราเดชะพระนามของพระองค์” 18พระองค์ตรัสตอบว่า “เราเห็นซาตานตกจากฟ้าเหมือนฟ้าแลบ 19จงฟังเถิด เราให้อำนาจแก่ท่านที่จะเหยียบงูและแมงป่อง มีอำนาจเหนือกำลังทุกอย่างของศัตรู ไม่มีอะไรจะทำร้ายท่านได้ 20อย่าชื่นชมยินดีที่ปีศาจอ่อนน้อมต่อท่าน แต่จงชื่นชมยินดีมากกว่าที่ชื่อของท่านจารึกไว้ในสวรรค์แล้ว”

       เนื่องด้วย “ข้าวที่จะเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย” (ลก 10:2) ลำพังอัครสาวก 12 คนคงไม่เพียงพอ  พระเยซูเจ้าจึงทรงแต่งตั้งศิษย์เพิ่มอีก 70 คน โดยบางสำเนา (manuscripts) ระบุว่ามีจำนวน 72 คน

       ความแตกต่างระหว่างตัวเลข 70 กับ 72 ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะต่างก็เป็นเพียงสัญลักษณ์เพื่อบ่งบอกว่า

  1. พระเยซูเจ้าทรงแต่งตั้งผู้ช่วย  ที่ผ่านมาโมเสสเคยแต่งตั้งผู้ช่วย 70 คนตามที่พระเจ้าทรงบัญชาว่า “จงรวบรวมพวกผู้ใหญ่ในอิสราเอลให้เราเจ็ดสิบคน เป็นคนที่เจ้าทราบว่าเป็นคนผู้ใหญ่ในประชาชนและเป็นเจ้าหน้าที่เหนือเขาทั้งหลาย  จงพาเขามาที่เต็นท์นัดพบ ให้เขายืนอยู่พร้อมกับเจ้าที่นั่น เราจะลงมาสนทนากับเจ้าที่นั่น และเราจะเอาจิตวิญญาณที่มีอยู่บนเจ้ามาใส่บนคนเหล่านั้นเสียบ้าง ให้เขาทั้งหลายแบกภาระของชนชาตินี้ด้วยกันกับเจ้า เพื่อเจ้าจะมิได้ทนแบกอยู่แต่ลำพัง” (กดว 11:16-17)

    ต่อมาในสมัยพระเยซูเจ้า คณะผู้ใหญ่เหล่านี้ได้พัฒนาเป็นสภาสูงสุดของชาวยิวเรียกว่าซันเฮดริน (Sanhedrin) โดยยังคงจำนวนสมาชิกไว้ที่ 70 คนเหมือนเดิม

    ในอดีตโมเสสแต่งตั้ง “ผู้ช่วย” เพื่อแบ่งเบาภาระการนำชาวอิสราเอลเดินทางในถิ่นทุรกันดารฉันใด พระเยซูเจ้าก็ทรงแต่งตั้ง “ผู้ช่วย” เพื่อแบ่งเบาภาระการประกาศข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้าฉันนั้น
  1. พระอาณาจักรเป็นสากล  หนังสือปฐมกาลบทที่ 10 ได้ลำดับเชื้อสายของโนอาห์ซึ่งแผ่ขยายไปทั่วแผ่นดินหลังน้ำวินาศ  ลูกหลานแต่ละคนต่างก็มีเผ่า ภาษา ดินแดน และชนชาติเป็นของตนเอง ซึ่งนับได้ 70 ชาติตามพระธรรมเก่าภาษาฮีบรู (Masoretic Text) และ 72 ชาติตามพระธรรมเก่าภาษากรีก (Septuaginta)

    จำนวนศิษย์ที่ทรงแต่งตั้งจึงเป็นเพียงสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความ

    มุ่งมั่นของพระเยซูเจ้าที่ ทรงประสงค์จะให้ข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้าเผยแผ่ไปสู่มนุษย์ทุกคน ทั่วแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด หรือเผ่าพันธุ์ใดก็ตาม

    แน่นอนว่า พระประสงค์ของพระองค์จะสำเร็จได้ก็โดยอาศัย “ผู้ช่วย” อย่างเรานี่เอง !!

 

       พร้อมกับการแต่งตั้งผู้ช่วย 72 คน พระเยซูเจ้าทรงวางแนวปฏิบัติสำหรับ “ผู้ประกาศข่าวดี”  ไว้ดังนี้

  1. ไม่ยึดติดกับวัตถุสิ่งของ  พระองค์ตรัสว่า “อย่านำถุงเงิน ย่าม หรือรองเท้าไปด้วย” (ลก 10:4) เพื่อว่า ในทางกายภาพ สัมภาระจะได้เบา มีความคล่องตัวทั้งเวลาเดินทางและทำงาน ในทางจิตใจ จะได้ไม่ยึดติดกับสิ่งของ ดังที่พระองค์ทรงเตือนไว้ว่า “ทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ใด ใจของท่านก็จะอยู่ที่นั่นด้วย” (มธ 6:21)

    ด้วยคำนึงถึงพระวาจานี้เอง ดอกเตอร์จอห์นสันจึงกล่าวหลังจากมองดูปราสาทอันยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่งว่า “สิ่งของพวกนี้แหละทำให้ตายไม่ลง” !
  1. มีใจจดจ่ออยู่กับภารกิจ โดย “อย่าเสียเวลาทักทายผู้ใดตามทาง” (ลก 10:4) ก่อนหน้านี้ ประกาศกเอลีชาเคยสั่งเกหะซีให้รีบเดินทางไปช่วยบุตรของหญิงชาวชูเนมในทำนองเดียวกันว่า “จงคาดเอวของเจ้าเข้าและถือไม้เท้าของเราและไปเถอะ  ถ้าเจ้าพบใคร อย่าสวัสดีกับเขา และถ้าใครสวัสดีกับเจ้าก็อย่าตอบ  และจงวางไม้เท้าของเราบนหน้าของเด็กนั้น” (2 พกษ 4:29)

    ที่ทรงสั่งเช่นนี้มิได้หมายความว่าผู้ประกาศข่าวดีต้องเป็นคน “ไร้มารยาท หรือ “ขาดมนุษยสัมพันธ์”  แต่หมายความว่า ผู้ประกาศข่าวดีต้องไม่วอกแวกหรืออ้อยอิ่งอยู่กับสิ่งที่สำคัญน้อยกว่า ในขณะที่มีสิ่งสำคัญกว่ารออยู่เบื้องหน้า
  1. ไม่แสวงหาผลประโยชน์ ด้วยการ “เข้าบ้านนี้ออกบ้านโน้น” (เทียบ ลก 10:7) ชาวยิวถือว่าการต้อนรับแขกเป็นหน้าที่ศักดิ์สิทธิ์  จึงมีประกาศกบางคนฉวยโอกาสเร่ร่อนไปตามบ้านเมืองต่าง ๆ เพื่อแสวงหาแหล่งซึ่งให้การต้อนรับที่อบอุ่น อุดมสมบูรณ์ และสะดวกสบายมากกว่า

    ราวปี ค.ศ. 100 พระศาสนจักรได้ออกระเบียบเล่มแรก เรียกว่า “คำสอนของอัครสาวกทั้งสิบสอง” (The Teaching of the Twelve Apostles) โดยมีข้อหนึ่งกำหนดไว้ว่า  “หากประกาศกผู้ใดพำนักอยู่ที่หนึ่งที่ใดเกิน 3 วันโดยไม่ทำงาน ให้ถือว่าเป็นประกาศกเท็จเทียม  และหากประกาศกผู้ใดอ้างพระเจ้าเพื่อรับบริจาคเงินหรืออาหาร ก็ให้ถือว่าเป็นประกาศกเท็จเทียมเช่นเดียวกัน”

    เป็นความจริงที่คนงานสมควรได้รับค่าจ้าง แต่ผู้ช่วยของพระเยซูเจ้าจะแสวงหาความสะดวกสบายและฟุ่มเฟือยได้อย่างไรกัน ในเมื่อพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้านายยังไม่มีแม้แต่ที่สำหรับซุกหัวนอนและในบั้นปลายชีวิตยังถูกตรึงตายบนไม้กางเขนเสียอีก !
  1. ไม่เย่อหยิ่งจองหอง ดังที่ทรงเตือนว่า “เราเห็นซาตานตกจากฟ้าเหมือนฟ้าแลบ” (ลก 10:18)
           พระดำรัสนี้มีความหมาย 2 นัย

           4.1 เป็นไปได้ว่าพระองค์ทรงเห็นซาตานและอำนาจชั่วร้ายของมันพ่ายแพ้ต่อพระอาณาจักรของพระเจ้า แม้ว่าชัยชนะขั้นเด็ดขาดจะยังมาไม่ถึงก็ตาม

           4.2   พระองค์ทรงประสงค์เตือนสติบรรดาผู้ประกาศข่าวดีว่า ซาตานซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นถึงหัวหน้าเทวดา ยังถูกขับไล่ออกจากสวรรค์ก็เพราะความเย่อหยิ่งจองหองอยากเป็นใหญ่เท่าเสมอพระเจ้าจนก่อการกบฏ

           ซาตานตกจากสวรรค์เพราะความหยิ่งจองหองฉันใด บรรดาผู้ประกาศข่าวดีซึ่งได้รับมอบอำนาจ “ที่จะเหยียบงูและแมงป่อง มีอำนาจเหนือกำลังทุกอย่างของศัตรู ไม่มีอะไรจะทำร้ายได้” ย่อมต้องระมัดระวังไม่เย่อหยิ่งจองหองหรือวางใจตัวเองมากเกินไปฉันนั้น
  1. ชื่นชมยินดีในพระเจ้า  พระองค์ทรงแนะนำว่า “อย่าชื่นชมยินดีที่ปีศาจอ่อนน้อมต่อท่าน แต่จงชื่นชมยินดีมากกว่าที่ชื่อของท่านจารึกไว้ในสวรรค์แล้ว”  (ลก 10:20)

    ความหมายก็คือ ผู้ประกาศข่าวดีต้องไม่ชื่นชมยินดีใน “ผลงานของตน” แม้จะสามารถทำให้ปีศาจยอมจำนนได้ก็ตาม แต่ต้องชื่นชมยินดีใน “สิ่งที่พระเจ้าได้ทรงกระทำ”  นั่นคือพระองค์ได้ทรงจารึกชื่อของเราไว้ในสวรรค์แล้ว

    นี่คือความชื่นชมยินดีแท้จริงและเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่สำหรับบรรดาผู้ที่ช่วยพระเยซูเจ้าประกาศข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้า !

 

       นอกจากทรงวางแนวปฏิบัติสำหรับ “ผู้ประกาศข่าวดี”  แล้ว พระเยซูเจ้ายังทรงเตือน “ผู้ฟัง” ให้ตระหนักอยู่เสมอว่า

  1. ข่าวดีก่อให้เกิดความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่  พระองค์ตรัสว่า “ถ้าท่านเข้าไปในเมืองใดและเขาไม่ต้อนรับ ก็จงออกไปกลางลานสาธารณะ และกล่าวว่า  ‘แม้แต่ฝุ่นจากเมืองของท่านที่ติดเท้าของเรา เราจะสลัดทิ้งไว้ปรักปรำท่าน  จงรู้เถิดว่า  พระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว’  เราบอกท่านทั้งหลายว่า ในวันพิพากษา  ชาวเมืองโสดมจะรับโทษเบากว่าชาวเมืองนั้น” (ลก 10:10-12)

    การได้ฟังและรับรู้ข่าวดีเรื่อง “พระอาณาจักรของพระเจ้า” ถือเป็นพระพรอันยิ่งใหญ่ และดังนั้น ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ย่อมต้องตามมาควบคู่กันไป !!

    นี่เป็นหลักการเดียวกันกับกฎหมายบ้านเมืองซึ่งละเว้นโทษหรือลงโทษสถานเบาแก่เด็กด้วยเหตุผลว่าเด็กยัง “ไม่รู้”   แต่เมื่อเติบใหญ่จนบรรลุนิติภาวะแล้ว กฎหมายถือว่าบุคคลนั้น “รู้” และต้องรับผิดชอบการกระทำของตนอย่างเต็มที่

    เพราะฉะนั้น เราซึ่ง “รู้” ข่าวดีของพระเจ้าแล้ว จึงต้อง “รับผิดชอบ” ชีวิตของตนอย่างจริงจังเต็มร้อยเช่นเดียวกัน
  1. น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ปฏิเสธข่าวดี เพราะพระองค์ถึงกับสั่งให้ “สลัดฝุ่นทิ้งไว้ปรักปรำ” (ลก 10:11)

    อันที่จริง ผู้ที่ตัดสินใจ “เลือกผิด” เช่นเลือกหวยผิดเบอร์ เลือกแทงบอลผิดข้าง เลือกคบคนผิด หรือเลือกทำเลทำมาหากินผิด ก็ย่อมเสียใจและเป็นทุกข์แสนสาหัสอยู่แล้วทั้ง ๆ ที่การเลือกผิดเหล่านั้นเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือคาดการณ์ผิดก็ตาม

    สำมะหาอะไรกับการ “เลือกผิด” ด้วยการ “ปฏิเสธ” คำเชิญอันอบอุ่นของพระเจ้า ซึ่งเรารู้ได้อย่างชัดเจนและแน่นอนเพราะพระองค์ได้ทรงส่งพระบุตรแต่เพียงพระองค์เดียวลงมาสอนและยืนยันด้วยชีวิตของพระองค์เอง จะไม่ยิ่งก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานใจจนน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งดอกหรือ ???

    ฉะนั้น จงวอนขอให้…
    พระอาณาจักรจงมาถึง และ พระประสงค์จงสำเร็จไปเถิด (มธ 6:10)

วัดเซนต์จอห์น 1110/9 ลาดพร้าว ซอย 2 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

Copyright © 2019 Saint John Church. All Rights Reserved.

แชร์เลย